มนต์รักหนองผักกะแยง – ณเดชน์ – โบว์ เมลดา

มนต์รักหนองผักกะแยง

มนต์รักหนองผักกะแยง ละครช่อง 3 ที่เพิ่งจบไปเมื่อคืนนี้ (11 มิถุนายน 2564) หากจะไม่เขียนถึงก็คงมีอะไรติดค้างในใจ เพราะเริ่มดูตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้าย ช่วงออกอากาศไปได้ 3 ตอน ก็อยากจะเขียนถึงละครเรื่องมนต์รักหนองผักกะแยง นี้มากๆ แต่คิดอีกทีรอดูจนจบก่อนดีกว่า ว่าโดยรวมแล้วละครเรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง แรงดีตอนแรก แผ่วตอนท้ายหรือเปล่า หรือแรงดีไม่มีตกยาวๆ ไปถึงตอนท้าย ก็เลยรอดูจนจบแล้วค่อยมาเขียนอะไรดีกว่า และก็มาถึงตอนจบของละคร จึงเป็นที่มาของการเขียนบทความนี้ (ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทีมงานเลย เขียนขึ้นมาเพราะเป็นความคิดส่วนตัวล้วนๆ)

สำหรับละครเรื่องนี้ในสายตาเรา เราว่าเป็นละครที่มาถูกที่ ถูกจังหวะ ในช่วงที่เราทุกคนอยู่ในสภาวะตึงเครียดจากโรคระบาด COVID-19 ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ บางคนก็กำลังย้ายจากเมืองหลวง กลับสู่ภูมิลำเนาบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง

ส่วนหนึ่งที่ดูละครมนต์รักหนองผักกะแยง ก็เพราะพระเอก ณเดชน์ คูกิมิยะ แฟนน้องญาญ่า อุรัสยา นั่นแหละนะ และนางเอกหน้าใหม่น้องโบว์ เมลดา สุศรี ซึ่งเราไม่เคยดูละครที่น้องโบว์ เมลดา แสดงมาก่อนเลย ที่ผ่านมาจะดูแต่ละครทางช่อง 3 เพราะเป็นคนนานๆ ทีจะดูละคร ก็อยากจะดูว่าน้องโบว์ เมลดา เล่นแล้วเคมีจะเข้ากับน้องณเดชน์ หรือเปล่า

มนต์รักหนองผักกะแยง

ตลอดทั้งเรื่องมนต์รักหนองผักกะแยง มีกลิ่นไออีสานบ้านเฮา คละคลุ้งไปทั้งเรื่อง แม้จะมีกลิ่นทางเมืองหลวงแทรกมาบ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อย ตลอดทั้งเรื่องก็จะได้ยินภาษาอีสานกันเป็นส่วนใหญ่ แม้เราจะเป็นคนเมืองเหนือก็ฟังออก ดูไปยิ้มไป ดูไปหัวเราะไป ดูไปอยากลุกเต้นไป ดูไปร้องไห้ตามไปก็มี เรียกได้ว่าละครมาครบทุกอารมณ์ การเดินเรื่องก็รวดเร็ว กระชับ บทพระเอก นางเอก เรียกว่า บทรั่วกันตลอดเรื่องเลยก็ว่าได้  “รั่ว” ในที่นี้คือ เป็นบทที่ไม่ห่วงความหล่อ ความสวยกันเลย ตลอดทั้งกลุ่มเพื่อน ครอบครัวพระเอก นางเอก ก็รั่วๆ กันทุกคน

สถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท้องไร่ ท้องนา บ้านเรือน วัดวาอาราม และงานประเพณีต่างๆ สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนทางอีสาน ที่อยู่กับธรรมชาติ อยู่กันแบบครอบครัวพ่อแม่ลูก พี่น้อง เพื่อนฝูง สังคมในหมู่บ้านที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ความมีน้ำจิต น้ำใจ มิตรไมตรีให้กัน รู้จักการให้อภัย รักและให้เกียรติกันและกัน

จริงๆ แล้ว ไม่ใช่แค่ทางภาคอีสานที่เป็นลักษณะแบบนี้ เราคิดว่าเป็นเหมือนกันทุกภาค เพราะพวกเราคือ คนไทย ที่เติบโตมากับวัฒนธรรมที่ดีงาม เราเองอยู่ทางภาคเหนืออยู่นอกเมือง เรียกให้เก๋หน่อยก็ เด็กบ้านนอก เหมือนบักเขียว กะชมพู่นั่นแหละ ชีวิตช่วงวัยเด็กก็คล้ายในละคร ได้เล่นอะไรอยู่ตามท้องทุ่ง ท้องนาเหมือนกัน และทุกวันนี้เรายังใช้มอเตอร์ไซต์ยอดนิยมเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน เป็นรุ่นฮิตมากสุดๆ เลยก็ว่าได้นั่นคือ Honda Dream รุ่น คุรุสภา สีขาว เหมือนรถน้าพิลา (ยิ่งยง ยอดบัวงาม) เอาไว้ขี่ไปตลาด รุ่นนี้ขโมยจ้องด้วย ไปจอดไหนต้องระวัง ฮาๆ

มนต์รักหนองผักกะแยง

รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วยกันทำกับข้าว หรือนั่งดูทีวีพร้อมหน้าพร้อมตากัน ภาพต่างๆ เหล่านี้ล้วนเคยผ่านมาจากอดีตเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก และปัจจุบันบางบ้านก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนต้องมนต์ ยิ่งพระเอกบักเขียว กับนางเอกชมพู่ เล่นเข้าขากันได้ดี หรือเรียกว่า เคมีตรงกัน มันก็ทำให้ละครสนุกไปอีก ทำให้รู้สึกว่า ทำไมจบเร็ว ละครสั้นไปไหม ต่ออีกนิดยังได้นะ 

ตอนสุดท้าย แอบผิดหวังนิดๆ ที่ไม่มีฉากบักเขียวกับชมพู่แต่งงานกัน ละครไปเสียเวลาเล่าย้อนแผน และเล่าวางแผนกันไปนานนิดหนึ่ง และรู้สึกว่าน่าจะมีฉากที่โดนตัดไปพอควร เลยทำให้ตอนจบ เหมือนเร่งตัดให้จบ ก็ยังรู้สึกเสียดายที่น่าจะมีฉากแต่งงานให้พวกเราได้เห็นพิธีการแต่งงานทางอีสานบ้างเนาะ  ^-^ ให้เห็นฉากบักเขียว สวีทกับชมพู่เยอะกว่าที่เห็นอีกนิดหนึ่งก็น่าจะดี หรือจะมีต่อตอน 2 บักเขียว ชมพู่ มีลูกดีไหมน้อ

สรุปโดยรวมก็ให้ 9.99/10 ละกันเด้อจ้า

  • ชอบละครเรื่องนี้ รอคอยเมื่อไหร่จะถึงวันศุกร์ซักที เป็นมาหลายอาทิตย์เลย
  • ชอบทุกตัวแสดงในละครเรื่องนี้บทพ่อ แม่พระเอก นางเอก บทยายเพียร และบทเพื่อนทุกๆ คน
  • ชอบน้องโบว์ เมลดา สุศรี ที่แสดงได้ดี ทำให้หัวเราะและร้องไห้ตามได้ คงต้องได้เป็น FC ของน้องไปอีกคนละเรา
  • ชอบณเดชน์ ก็แหง่อยู่ละ ติดตามมาทุกเรื่อง เรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง คิดว่า เขียวคือแบรี่ แบรี่คือเขียว จริงๆ
  • ชอบเพลงประกอบม่วนๆ หลายเพลงเด้อ
  • ชอบภาพของละคร สีสวยงาม ทั้งเสื้อผ้าและวิว

แต่ก็ไม่รู้อีกนานแค่ไหน จะมีละครแนวแบบนี้ให้พวกเราได้ดูกันอีก ก่อนนี้เห็นมี ละคร ธรณีนี่นี้ใครครอง ที่ณเดชน์แสดงคู่กับญาญ่า แล้วมาอีกเรื่องก็ละครมนต์รักหนองผักกะแยงนี่แหละที่ออกแบบอยู่ในไร่ ในสวน ธรรมชาติบ้านนาเหมือนกัน อยากเห็นละครน้ำดีแบบนี้บ่อยๆ จังเลยหวังว่าจะมีมาอีกเนาะ

ขอบคุณทีมผู้จัด และผู้ประพันธ์บทละคร อีกทั้งนายทุนที่ลงทุน สร้างสรรค์ละครดีๆ ธรรมชาติบ้านนา มุ่งเน้นให้เห็นถึงการรักธรรมชาติ การอยู่อย่างพอเพียง และเพียงพอ เดินตามรอยเท้าพ่อให้พวกเราได้ดูกัน ขอละครแบบดูสบายทั้งตา และใจแบบนี้เยอะๆ น๊าาาาาาา

 

หนึ่ง

12 มิถุนายน 2564

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments