เมื่อวันก่อนได้อ่านเจอว่า “ใครอยู่เชียงราย ลองไปทานร้านนี้หน่อย” เราก็เปิดไปอ่านอืม มันคือร้านลาบลุงแอ อยู่แม่สาย ร้านนี้แหวกแนวร้านลาบ เพราะเข้าไปแล้วมีอาหารฝรั่ง อาหารตามสั่งให้สั่งเยอะทีเดียว ดูจากรูปแล้วทำให้อยากไปลอง ช่วงหยุดหลายวันก็เลยไปเที่ยวแม่สาย ได้แวะร้านลาบลุงแอที่ว่านี้ด้วย ไปไม่ยากเลยเลี้ยวตรงแยกโรงแรมเบิร์ดก่อนถึงแม่สาย เลี้ยวขวาไป (จากแม่จันไปแม่สาย) เลี้ยวขวาจะเป็นถนนวิ่งไปเชียงแสนได้ ไปประมาณ 700-800 เมตรก็เจอร้านอยู่ซ้ายมือละ ดูรูปเองเหอะนะ นิดหนึ่ง รสชาติอาหารใช้ได้นะ การตกแต่งก็ดูน่าทานมาก เหมือนนั่งในโรงแรม หรือร้านอาหารหรูๆ ฮาๆ ราคาไม่แพงด้วย เสียอย่างเดียว มีโต๊ะเยอะนะ แต่ไม่มีเบอร์โต๊ะติด และคนรับออเดอร์ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง จดผิด จดถูก ส่งผิดโต๊ะ ผิดคิว เรียกได้ว่า งานบริการต้องทำใจหน่อย คงต้องค่อยๆ ปรับเน๊าะ เหมือนจะเป็นงานคนเดียวคือ กุ๊กใหญ่ ที่รู้เรื่องว่าอะไรคืออะไร เพราะชื่ออาหารส่วนใหญ่คนที่ไปนั่งจะสั่งอาหารฝรั่งกันทั้งนั้น วันที่หนึ่งไปนั่ง ไปตอนเที่ยงเลยแหละ สังเกตุไม่ค่อยมีใครสั่งลาบมาทานกัน ส่วนใหญ่ก็สั่ง อาหารชื่อฝรั่งกันทั้งนั้น ใครไปลองก็ให้ใจเย็นๆ นะเวลาสั่งอาหาร กับเวลาได้รับอาหารผิด เห็นใจเขาด้วยนะ อย่าไปวีนเขาละ ตอนไปนั่งเจอโต๊ะคุณนาย คงมาจากกรุงเทพฯ [...]
เดินทางออกจากลำปางประมาณบ่ายสองโมงนิดๆ มาถึงพะเยาประมาณห้าโมงเย็น เราแวะหาอะไรทานที่กว๊านพะเยา แบบว่าอยากกินกุ้งเต้นกัน ฮาๆ (ตอนเช้าไปทำบุญ ตกเย็นทำบาปกินกุ้งเต็นกันซะงั้น อิอิ) กินลมชมวิว บรรยากาศดีมากๆ อีกละ เพราะไม่มีฝน อากาศเย็นสบาย พระอาทิตย์กำลังตกดิน ด้วยความหิวนั่งกินกันจนอิ่มแปล้ ถึงจะลุกไปถ่ายรูป ก็ได้วิวมานิดหน่อย แต่ที่เด็ดกว่านั้น ใกล้ๆ มีลานเอนกประสงค์ มีคุณตา คุณยาย ลุงๆ ป้าๆ ผู้สูงวัย กำลังรำวงกันอยู่ แม่นั่งดูไปยิ้มไป ก็เลยชวนไปดูใกล้ๆ และก็ชวนให้เข้าไปรำวงกับเขา แม่ละอายบอกว่าไม่กล้า น้องก็บอกว่าไม่เคยรำวง คุยไปคุยมา ไม่รู้คุยกันท่าไหน น้องเดินนำแม่เข้าไปในวง แล้วก็รำวงไปตามจังหวะเพราะ ฮาๆ ปรากฎว่าแม่และน้องติดใจ ไม่ยอมเลิก เพลงที่ 3 เพลงที่ ภ กว่าจะเลิกปาไปเพลงที่ 5 ฮาๆ นี่ขนาดอายและอีกคนไม่เคยรำวงนะ (แอบเมาท์แม่นิดหนึ่ง อิอิ) ที่เขารำวงกันเป็นการออกกำลังกายด้วยการใช้วิธีรำวง ดูแล้วสนุกดี อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยด้วย แบบนี้แถวบ้านน่าจะมีบ้างนะจะได้พาแม่ไปรำวงทุกๆ วัน ^-^
หลังจากแวะวัดพระแก้วดอนเต้า ในอำเภอเมือง จังหวัดลำปางแล้ว เราก็เดินทางต่อไปยังอำเภอเกาะคา เพื่อไปวัดพระธาตุลำปางหลวง จากตัวอำเภอเมืองไปยังอำเภอเกาะคาก็ไม่ไกลกันมาก เราไปถึงวัดพระธาตุลำปางหลวง ด้วยบรรยากาศที่ฟ้ามืดๆ นิดหนึ่ง เหมือนอย่างกับว่าเมฆดำก้อนนั้น ทำหน้าที่บังแดดให้เรา เราจึงไม่เจอแดด เดินจากที่จอดรถไปยังวัดก็ไม่ไกลมาก เดินไปแบบสบายๆ เพราะไม่มีแดด ..ไปถึงตรงบันไดขึ้นไปยังพระธาตุ ทีแรกเป็นห่วงแม่ว่า แม่จะเดินขึ้นไหวไหม มันสูงเหมือนกันนะ ปรากฎว่า แม่ขึ้นไปก่อนเราซะอีก แต่แม่ก็หยุดพักสองสามรอบแกบอกว่าา ค่อยๆ ขึ้น แม่จ๊าบมาก ใจสู้มาก ฮาๆ ขึ้นไปไหวพระธาตุยังไม่พอแม่เดินรอบพระธาตุอีก 3 รอบ แม่เราสุดยอดที่สุดเลย ^-^
หลังจากแวะไหว้หลวงพ่อเกษม เขมโก แล้วเราก็เดินทางต่อไปยังวัดพระแก้ดอนเต้า (พระบรมธาตุดอนเต้า) อยู่ไม่ไกลกันมากนัก เลี้ยวรถเข้าไปก็เจอนักท่องเที่ยวที่เจอกันที่วัดเจดีย์ซาวหลังอีกครั้ง เขาก็คงมาเที่ยวเหมือนเรา บรรยากาศเงียบสงบดี เดินเข้าไปเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของยุคสมัยที่ผ่านมา คนสมัยก่อนเขามีจิตศรัทธาแรงกล้ามากๆ ที่สร้างได้ใหญ่โตขนาดนี้
ทริปพาแม่เที่ยวลำปางแบบไปกลับ หลังจากที่แวะทานมื้อเช้าแถวสถานีรถไฟนครลำปางกันแล้ว สถานที่ที่ได้แวะเที่ยวถัดไปก็คือ วัดเจดีย์ซาวหลัง ที่จริงตั้งใจแวะไหว้พลวงพ่อเกษม เขมโก ก่อนแต่ขับรถเลยไป ก็เลยแวะเจดีย์ซาวหลังก่อนแล้ววกกลับไปไหว้หลวงพ่อเกษมกัน สำหรับเจดีย์ซาวหลัง เดินทางไปไม่ยาก มีป้ายบอกชัดเจน เข้าไปก็บรรยากาศเงียบๆ มีนักท่องเที่ยวอยู่ สามสี่คน ไปช่วงเช้าเจออากาศกำลังดี ฟ้าสีฟ้ามีเมฆสวยๆ ก็เลยได้ภาพสวยๆ มาฝากเพื่อนๆ ภายในวัดเจดีย์ซาวหลังมีหลวงพ่อทันใจให้เราได้กราบไหว้ด้วย เป็นที่ถูกใจน้องมากๆ เพราะน้องอยากไหว้หลวงพ่อทันใจ ^-^
วันหยุดแบบนี้หาที่พาแม่เที่ยว คิดไปคิดมาก็ลงเอยที่ “ลำปาง” เพราะมีวัดหลายวัดที่แม่อยากไป ทริปนี้เที่ยวแบบไปกลับ เพราะว่าจากบ้านไป ลำปางขับรถประมาณ 3 ชั่วโมง พอๆ กับไปเชียงใหม่ จึงสามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ เราออกจากบ้านตีสี่ครึ่ง เพื่อที่จะได้มีเวลาเที่ยวมากๆ หน่อย ไปถึงลำปาง 8 โมงเช้า เจอฝนตรงแค่เชียงราย จากนั้นไม่มีฝนเลย ถนนก็โล่งดีมากๆๆ ขับรถแบบสบายๆ ไปถึงที่แรกก็พาไปที่สถานีรถไฟลำปาง เพราะคิดว่าน่าจะมีอาหารเช้าแถวนั้น และก็มีจริงๆ คนแวะทานเยอะเลย มื้อเช้าของเราก็คือ ก๋วยจั๊บ ที่สถานีรถไฟลำปาง ทานเสร็จก็พาแม่ถ่ายรูปเดินดูอะไรนิดหน่อย แล้วก็เดินทางไปยังเจดีย์ซาวหลัง (อันที่จริงจะพาไปนั่งรถม้า แต่หาสถานีไม่เจอ ฮาๆ) ขับรถเลยไปเกือบถึงเจดีย์ซาวหลังก็เลยได้แวะก่อน (สรุปว่ารถม้าไม่ยอมนั่งแม่บอกว่าสงสารมันนะ)
งานคอมเชียงใหม่ จัดที่หอประชุมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1-4 กรกฎาคม 2553 เก็บภาพบรรยากาศในงานมาให้ชมกัน ไปงานคอม เหมือนไปงาน “ชิชางคอมพิวเตอร์” ยังไงยังงั้นเหอะๆ ชอบชิชางที่นำกระแส “ศอฉ” มาเป็นตัวสีสันในงาน ด้วยข้อความต่างๆ นานาน บนเสื้อพนักงาน แม้กระทั่งป้ายราคา ฮาๆ เริ่ดดีแต้ๆ เลยเจ้า
แวะเที่ยว “วัดป่าเลไลยก์” จังหวัดสุพรรณบุรี เราพากันแวะหลังจากกลับมาจาก “วัดม่วง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง” สำหรับวัดป่าเลไลกย์เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ วัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแตทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ภายหลัง พ.ศ. 1724 ที่วัดแห่งนี้ประชาชนนิยมมานมัสการ “หลวงพ่อโต” ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารสูงเด่นเห็นแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิมีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย องค์พระสูง 23.46 เมตร รอบองค์ 11.20 เมตร มีนักปราชญ์หลายท่านว่า หลวงพ่อโตเดิมคงเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งเหมือนพระพนัญเชิงในสมัยแรกๆ เพราะมักจะพบว่า พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างในสมัยก่อนอยุธยาและอยุธยาตอนต้น ส่วนมากชอบสร้างไว้กลางแจ้งเพื่อให้สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ภายในองค์พระพุทธรูปนี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลาย จำนวน 36 องค์ …ทริปนี้อิ่มบุญจริงๆ เลย ไหว้แต่องค์ใหญ่ๆ คิดใหญ่ๆ ฝันใหญ่ๆ สู้ๆๆ โย่ ^-^
เคยเห็นรูปพระองค์ใหญ่ๆ ใน email บ้าง ใน multiply.com บ้าง ทำให้อยากไปเที่ยวดูพระองค์ใหญ่ๆ ที่เห็นจัง มันเป็นความคิดแว้บแรกที่เห็นรูปที่คนอื่นถ่ายมาให้เราดู ก็ค้นหาดูว่ารูปที่เห็นเขาถ่ายมาจากตรงไหน เรารึก็อยากไปเห็น อยากไปถ่ายบ้าง หาไม่นานด้วย พี่กูช่วย (google) ก็เจอว่า อยู่ที่ “วัดม่วง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง” .. ท่องจำไว้อย่างขึ้นใจว่าซักวันจะไปเยือน และแล้ววันนั้นก็มาถึง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เอง เสนอทริปให้น้องและหลานไปด้วยกัน ก็ไปแวะตลาดสามชุกที่สุพรรณบุรีก่อน แล้วก็ไปวัดม่วง จ.อ่างทองกันต่อเลย ระยะทางไม่ไกลกันเลย เราก็ไปตามป้ายรายทางที่เขาบอกไว้ เห็นเศียรพระอยู่ไกลลิบๆ โห ยังเห็นได้ขนาดนี้ หากไปใกล้จะใหญ่ขนาดไหน เขาเลี้ยวเข้าไปตามถนน ถนนทางเข้าเป็นสองเลนแคบไปหน่อย แต่นะ แคบหรือไม่ไม่สนใจ หนึ่งจอดเลยจ๊ะ หนึ่งจอดถ่ายรูปซะเลย ฮาๆ เอามันริมถนนนี่แหละ รถคันอื่นก็จอดตามเราด้วย ภายในวัดม่วงมีงานปั้นรูปต่างๆ นรก สวรรค์ องค์เทพ เทพเซียน มีทั้งจีนทั้งพุทธ ทั้งไทย มีวังมัจฉาด้วย ปลาตัวใหญ๋มากๆๆๆ …ดีใจมากที่ได้ไปเที่ยววัดม่วง เพราะเป็นที่ที่ตั้งใจแต่แรกว่าจะต้องไปให้ได้ [...]
“เที่ยวตลาดสามชุก ตลาดร้อยปี สุพรรณบุรี”…ต่อจากโพสต์ ตลาดสามชุก..สุพรรณบุรี ที่โพสต์ก่อนหน้านี้ เราพากันเดินแวะเกือบทุกร้านที่ขายของในตลาด ชิมโน่น ชิมนี่ อิ่มจนบรรยายไม่ถูก ฮาๆ… เดินมาถึงร้านลูกชิ้น เป็นได้สะดุด เพราะว่า ลูกชิ้นใหญ่มากๆ เห็นแล้วนึกออกเลยว่าเคยเห็นใน email ที่มีเพื่อนส่งมาให้ที่บอกว่า สั่งก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม ได้ลูกชิ้นแค่ ลูกเดียว ฮาๆ .. ลูกชิ้นลูกเดียวเต็มชามเลยแหละ …เสือปืนไว กะแชะ พร้อมแอ็คชั่นคู่กับลูกชิ้นยักษ์ซะเลย ฮาๆ หน้าบานพอๆ กะลูกชิ้นเลย ฮาๆ